(Fic) Cool Oppa - CHAPTER 3

posted on 16 Oct 2011 15:31 by oil-easterngod
 
 
 
 
Title :: “Cool Oppa…แผนร้ายขโมยใจพี่ชายสุดคูล”
Chapter 3 :: จาจังมยอนและแผนที่เพิ่งเริ่ม...
-------------------------------------------------------------------






“ซอนแจ!! นายพูดอะไรของนายน่ะ จะบ้ารึไง!! 
นี่ตกลงว่าฉันรึนายกันแน่ที่เมา 
ใช่ นายต้องเมาแน่ๆ เลยซอนแจถึงได้พูดแบบนั้นออกไปน่ะ”



ฉันที่กำลังมึนหัวเพราะโซจูสะบัดมือของซอนแจออก
แล้วหันไปถามนายนี่ที่ยืนเป็นใบ้อยู่หลังจากที่ลากฉันออกมาจากร้านนั่นแล้ว



“ที่ฉันพูดว่าเธอเป็นผู้หญิงของฉันน่ะเหรอ 
ฮะฮ่าฮ่า อย่าคิดมากเลยน่าดาจอง 
นี่คิดว่าฉันพูดจริงๆ เหรอ
ที่ฉันโพล่งแบบนั้นออกไปเพราะฉันอยากช่วยเธอจากเจ้าพวกนั้นนะ 
ยังไงยัยบ๊องอย่างเธอก็คือเพื่อนของฉัน 
ไม่งั้นมันคงไม่เลิกยุ่งกับเธอแน่ 
ดูเธอสิเกือบจะเอาตัวไม่รอดแล้ว 
ถ้ารู้ตัวว่าเมาง่ายก็อย่ากินเหล้าเยอะอย่างนั้นสิ”



“รู้แล้ว วันหลังฉันไม่กินแล้วไอ้โซจูเนี่ย 
เมาแล้วมึนหัวเป็นบ้าเลย 
ก็ไหนนายบอกจะพาฉันไปเลี้ยงข้าวไง 
เป็นเพราะนายลากฉันมากินเหล้านี่แหละ 
ฉันถึงต้องเมาแบบนี้ไง 
แต่ว่า...ยังไงก็ขอบใจนายมากนะสำหรับเรื่องวันนี้ที่นายช่วยฉันน่ะ”
“อืม ไม่เป็นไรหรอก กลับกันเถอะยัยบ๊อง เดี๋ยวฉันไปส่งเธอที่บ้านเอง”



ซอนแจเข้าไปนั่งในที่คนขับและสตาร์ทรถออกไป 
เราสองคนที่เพิ่งจะไปซัดเหล้าเพื่อฉลองอาการอกหักมานั้น
ไม่มีใครพูดอะไรหลังจากนั้นอีก 



ไม่รู้ว่าซอนแจกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ 
แต่สำหรับฉันในตอนนี้ 
แทนที่จะมีเรื่องที่พี่วอนกีกำลังจะไปอเมริกาอยู่ในหัว 
มันกลับกลายเป็นว่า 
คำพูดในวันนี้ของซอนแจดันมาก้องอยู่ในหัวฉันแทน 
หวังว่ามันคงมาจากอาการมึนหัวเพราะเหล้าหรอกนะ 


หัวใจของฉันจะไปหวั่นไหวกับคนอื่นที่ไม่ใช่พี่วอนกีได้ไงกัน 


วันนี้ทั้งฉันและซอนแจนั่งเรียนวิชาในช่วงเช้ากันอย่างพวกไร้วิญญาณ 
สมการเคมีที่แสนยุ่งเหยิงราวกับใยแมงมุมที่อาจารย์กำลังอธิบายอยู่นั้น
ไม่ได้ไหลแล่นเข้ามาในสมองของฉันแม้แต่น้อย 


แล้วยิ่งนายคนที่นั่งข้างๆ ฉันนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย 
ปกติแล้ว ถึงจะไม่มีเรื่องอะไรมาบดบังสมาธิ 
นายนี่ก็ไม่เคยคิดที่จะสนใจอะไรที่อาจารย์พูดในห้องเรียนอยู่แล้ว 
ดังนั้นการเรียนในช่วงเช้าของฉันเพื่อรอให้เวลาหมดไปนั้นมันจึงดูยาวนานเหลือเกิน



ในที่สุด ช่วงเวลาพักกลางวันที่รอคอยมาถึง 
ตอนนี้นี้สิ่งที่น่าสนในที่สุดสำหรับฉันคงเป็นอาหาร 
วันนี้ผู้คนในร้านอาหารของมหาวิทยาลัยดูหนาตาเป็นพิเศษ 
ฉันแทบจะหาโต๊ะนั่งกินไม่ได้เลย 
ส่วนนายซอนแจที่เดินมากับฉันก็ไม่ได้ทำตัวให้เป็นประโยชน์เลยแม้แต่น้อย 
แทนที่จะช่วยมองหาโต๊ะนั่ง 
แต่นายนี่กลับเดินซึมยังกะไก่ติดโรค จะบ้าตาย -*-



“ซอนแจ ดาจอง มานั่งด้วยกันมั้ย”
เสียงใครน่ะ หูฉันไม่ได้ฝาดไปใช่มั้ย 
ถึงวันนี้สติของฉันจะไม่เต็มร้อยนักแต่ฉันมั่นในว่าฉันไม่ได้หูฝาดไป 


ใช่แล้ว เสียงของพี่วอนกีนี่นา ใช่ พี่วอนกีอยู่กับพี่นาบีด้วย
“ทำเป็นงงไปได้ มานั่งด้วยกันสิดาจอง นายด้วยซอนแจ”
พี่วอนกีพูดพร้อมกับขยับเพื่อแบ่งที่นั่งให้กับเราทั้งสองคน 
หากเป็นเวลาปกติ 
ซอนแจคงจะดีใจที่ได้เจอพี่นาบี 
แต่ในสถานการณ์แบบนี้ 
สีหน้าของนายนี่ไม่ได้เก็บอาการไม่พอใจเอาไว้เลย 
แถมยังพูดบางอย่างขึ้นมา 
ซึ่งคำพูดเหล่านั้นก็ทำให้เราทั้งหมดต้องเงียบไป 


“นาบี ทำไมฉันถึงไม่รู้เรื่องที่เธอจะไปอเมริกาเลย 
จงใจปกปิดฉันเหรอ 
ถ้าวันนั้นฉันไม่รู้จากปากคุณป้า 
ฉันก็คงจะไปรู้อีกทีตอนที่เธอไปจากที่นี่แล้วใช่มั้ย 
ทำไมต้องหนีฉันไปแบบนี้ด้วย 
แล้วทำไมเธอต้องไปกับไอ้วอนกีด้วย ทำไมต้องเป็นมัน 
เธอก็รู้นี่ว่าฉันเลือกที่จะมาสอบเข้าที่นี่ก็เพราะอะไร ทั้งหมดก็เพราะเธอนะนาบี”



สิ้นสุดคำพูดนั้น 
นายซอนแจไม่สนใจว่าใครจะเงียบหรือใครจะตกใจกับคำพูดของตนเพียงใด 
นายนี่หันมาว๊ากฉันต่อทันที


“เชิญตามสบายเลยนะ ดาจอง เธอจะทนนั่งอยู่ที่นี่ก็ตามใจ”
เสียงอาละวาดนี้จบลงพร้อมกับที่ซอนแจเดินหันหลังกลับออกไปทันที
“เดี๋ยวก่อนสิซอนแจ 
จะบ้าเหรอ นายจะไปไหน รอฉันก่อน 
เอ่อ ขอโทษนะคะพี่ทั้งสองคนที่นายนั่นเสียมารยาทกับพวกพี่”


“ไม่เป็นไรจ้ะหรอกดาจอง อย่าคิดมากเลยนะ 
พวกพี่ชินกับนิสัยของนายนี่แล้วล่ะคบกันมาตั้งแต่เด็ก 
ปล่อยให้ซอนแจอาละวาดให้พอใจเถอะ 
ถึงตอนนี้พี่จะพูดอะไรออกไปเค้าคงไม่ฟังพี่แน่ๆ 
รอให้อารมณ์เย็นลงหน่อยเดี๋ยวพี่โทรไปคุยกับเค้าเองนะ 
ถ้าเข้าใจอะไรมากขึ้นคงจะเลิกโวยวายไปเองแหละ”


“เข้าใจอะไรมากขึ้น?? หมายความว่าไงคะพี่นาบี”
พี่นาบีไม่ตอบ แต่กลับส่งรอยยิ้มมาให้ฉัน 
และคนที่ตอบคำถามนี้กลับกลายเป็นวอนกีโอป้าแทน


“พี่กับนาบีตัดสินใจแล้วล่ะว่าจะยังไม่ไปอเมริกา
ตอนนี้พี่อยากอยู่ที่นี่มากกว่าเอาไว้เรียนจบก่อนพี่ค่อยไปเรียนต่อโทที่นั่น”


เป็นข่าวดีที่สุดสำหรับฉันเลย 
การที่พี่วอนกีตัดสินใจว่าจะไม่ไปอเมริกานั้น
ทำให้เรื่องน่าเศร้าที่อยู่ในหัวของฉันเมื่อวันก่อนถูกขจัดออกไปอย่างง่ายดาย 
ในที่สุดฉันก็สามารถกลับมามีความหวังได้อีกครั้ง...


ความหวังที่จะได้หัวใจของพี่ชายคนนี้ไงล่ะ 


“ฉันดีใจจังเลยค่ะที่พวกพี่สองคนยังไม่ไปที่นั่น 
นี่ถ้านายซอนแจรู้คงจะดีใจแน่ๆ 
น่าอายชะมัด นายนี่เล่นอาละวาดใส่พวกพี่ก่อนเลย”


“ไม่เป็นไรหรอก เพื่อนพี่มันก็นิสัยอย่างนี้ล่ะ 
พวกพี่ชินแล้ว 
มันเป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว 
นิสัยก็ดีนะ ไม่มีพิษภัยอะไรกับใครหรอก 
ถึงท่าทางมันจะดูกวนประสาทขวางโลกไปหน่อยก็เถอะ”


พี่วอนกีที่แสนดีของฉันพูดถึงตาซอนแจอย่างอารมณ์ดี
ทั้งที่นายนั่นเพิ่งจะแหกปากด่าพวกพี่เค้าไป 
ให้ตายเหอะ พี่ช่างเป็นผู้ชายที่แสนดีที่น่าปลาบปลื้มจริงๆ


“นี่เพิ่งจะเลิกเรียนช่วงเช้าใช่มั้ยจ๊ะดาจอง 
มานั่งกินข้าวกลางวันกับพวกพี่เลยละกัน 
พวกพี่ก็เพิ่งจะเข้ามานั่งที่นี่กันน่ะ กินอะไรกันดี”


พี่คนสวยที่นั่งข้างๆ พี่วอนกีชักชวนฉันอย่างเป็นมิตร 
ยิ่งมองเธอที่อยู่ข้างๆ พี่วอนกีแล้ว 
ฉันยิ่งรู้สึกว่าตัวเองห่างไกลจากเธอมากนัก...
ผู้หญิงที่แสนจะสมบูรณ์แบบอย่างพี่นาบี


“เอ่อ...ขอบคุณมากนะคะที่พวกพี่ใจดีชวนฉันนั่งกินข้าวด้วย 
แต่ฉันว่าจะไปกลับบ้านเลยน่ะค่ะ เพราะช่วงบ่ายไม่มีเรียนแล้ว”
“อืม งั้นก็ไม่เป็นไร ตามสบายละกัน โชคดีนะ กลับบ้านดีๆ ล่ะดาจอง”
คำพูดแสนนุ่มนวลนั้นถูกเอ่ยออกมาพร้อมๆ กับรอยยิ้มของพี่วอนกี 
ให้ตายเหอะ อยากจะละลายไปซะตรงนี้เลย 
“ขอบคุณมากค่ะ งั้นฉันลานะคะ”


ฉันขอบคุณและกล่าวลาคนทั้งสอง
แล้วหันหลังเดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ผุดขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว 
อาจเป็นเพราะในวันนี้เหตุการณ์มันเปลี่ยนแปลงไปหมด 
เมื่อเช้าฉันยังเสียใจอยู่เลย แต่ตอนนี้มันคนละเรื่องกันแล้ว 
การที่พี่วอนกีจะอยู่ที่นี่ต่อเป็นข่าวดีที่สุดสำหรับฉันจริงๆ 


และมันคงจะเป็นข่าวดีสำหรับซอนแจด้วยที่พี่นาบีก็ยังคงอยู่ที่นี่ 
ว่าแต่ อีตาซอนแจตอนนี้เตลิดไปอยู่ที่ไหนแล้วนะ 
ได้แต่โวยวายไม่ยอมฟังอะไรเลย 
หวังว่าคงไม่ไปทำอะไรบ้าๆ หรอกนะ 
นายนี่ยิ่งชอบคิดอะไรเพี้ยนๆ อยู่ด้วย 




วันนี้เป็นวันแรกในช่วงหลายสัปดาห์หลังจากเปิดเรียน
ที่ฉันได้มีโอกาสมาเดินเที่ยวเล่นเหมือนตอนที่เรียนไฮสคูล 
การที่ช่วงบ่ายไม่มีเรียนนั้นมันช่างเป็นเวลาที่มีค่าสำหรับฉันจริงๆ 


ที่หมายของฉันในช่วงบ่ายนี้
ก็คงจะหนีไม่พ้นร้านเจ้าประจำหน้าโรงเรียนเก่าของฉันเป็นแน่ 
ร้านนี้คุณป้าเจ้าของร้านแกทำอาหารอร่อยถูกใจฉันทุกอย่าง 
ร้านของคุณป้านั้นมีขายทั้งเหล้าและอาหารสารพัด
รวมไปถึงกับข้าวรสเด็ดของพวกคอเหล้าด้วย 


ถึงจะมีเหล้าขาย 
แต่นักเรียนที่เข้ามาในร้านของคุณป้า
ก็ไม่มีโอกาสได้แตะเหล้าในร้านของคุณป้าหรอก 
ลองมีนักเรียนคนไหนกล้าสั่งเหล้ากินสิ 
คงได้โดนคุณป้าเอาทัพพีโขกหัวเป็นแน่ 
เพราะร้านของคุณป้านั้นจะไม่ขายเหล้าให้กับนักเรียนไฮสคูล 
นักเรียนทุกคนที่เข้ามาในร้านนี้
จึงมีโอกาสสั่งได้เพียงอาหารอร่อยฝีมือคุณป้าเท่านั้น 


หลายเมนูถูกใจลูกค้าหลายคนรวมถึงฉันด้วย 
โดยเฉพาะต็อกโบกีที่ร้านนี้ยิ่งอร่อยเด็ดไปเลย 
ยิ่งถ้าวันไหนฉันโชคดี
ก็จะเจอกับเด็กเสิร์ฟสุดหล่อที่เป็นลูกชายของคุณป้าด้วย 
แค่คิดก็มีความสุขแล้ว ฮะฮ่าฮ่า


“คุณป้าคะ ดาจองเองค่ะ”
ฉันส่งเสียงทักทายทันทีที่เข้าไปในร้าน 
โชคดีที่ช่วงบ่ายวันนี้ ลูกค้าในร้านของคุณป้าไม่เยอะมากนัก 
ฉันเลยได้เลือกโต๊ะนั่งได้ตามใจฉันเลย 
“อ้าว ดาจอง เป็นยังไงมั่ง 
ดีจริงๆ เลยที่แวะมาที่นี่ ป้านึกว่าเราจะลืมร้านของป้าไปซะแล้ว”
“ลืมได้ไงคะ ฝีมือคุณป้าน่ะไม่มีใครเทียบได้อยู่แล้ว 
วันนี้หนูขอเป็นต็อกโบกีละกันนะคะ”
“ได้เลยดาจอง รอเดี๋ยวนะจ๊ะ”


คุณป้ารับออร์เดอร์ของฉันแล้วเดินกลับไปยังครัวหน้าร้านต่อ 
แล้วลูกค้าอีกคนในร้านก็ตะโกนสั่งเสียงดังลั่นทันที 
จะบ้ารึไง ท่าจะเมาแน่ๆ อีตานี่


“ขอโซจูอีกสองขวดครับ แล้วก็ขอจาจังมยอนเพิ่มอีกชามหนึ่งด้วยครับ”
ฉันหันไปตามต้นเสียง
ที่เพิ่งตะโกนสั่งของไปเพิ่มดีกรีความเมามายพร้อมๆ กับจาจังมยอน 
ที่แท้ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย 
อีตาซอนแจนี่เอง 
นี่เสียใจอะไรก็ซัดโซจูตลอดเลยเหรอ 
ให้มันได้อย่างนี้สิ 
ดีแล้วที่เจอจะได้บอกเรื่องของพี่วอนกีกับพี่นาบีด้วย 


“เสียงดังลั่นร้านเลยนะนายน่ะ”
เสียงทักของฉัน
ทำให้ซอนแจหันมามองหาต้นเสียงด้วยสายตาหาเรื่องแบบสุดๆ 
แต่พอเจอหน้าฉัน แววตาของตานี่ก็น่ากลัวน้อยลงบ้าง 
ขอบคุณพระเจ้า 
แสดงว่าเพื่อนของฉันยังมีสติอยู่สินะถึงยังจำฉันได้


“เธอตามฉันมาที่นี่ทำไมดาจอง”
“นี่ นายอย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย 
ใครเค้าจะตามนายมา 
ฉันก็มาหาของกินตามประสาฉัน 
แล้วนายล่ะ รีบหนีพี่นาบีมา 
ที่แท้ก็มานั่งเมาอยู่ที่นี่เองเหรอซอนแจ
นายไม่น่ารีบหนีออกมาเลย น่าจะอยู่ฟัง...”


“พอๆๆ จะมาพูดเรื่องนี้อีกทำไม 
เธอก็น่าจะรู้นี่ว่าฉันเป็นอะไร 
แล้วเธอล่ะดาจอง ไปทนอยู่กับพวกนั้นได้ไง 
เธอเองก็ชอบไอ้วอนกีมันไม่ใช่เหรอ 
เธอดีใจหรือยังไงที่วอนกีมันจะไปกับนาบีน่ะ”


เจ้าบ้านี่รัวใส่ฉันเป็นชุดโดยไม่เว้นให้ฉันได้พูดอะไรสักนิด 
พอตัวเองพูดจบก็ซัดโซจูเข้าไปอีก 1 อึก 
ฮึ!! อยากไม่ยอมฟังอะไรก็ปล่อยให้พร่ำเพ้อเสียใจไปอย่างนี้ล่ะสมแล้ว
เดี๋ยวค่อยบอกความจริงทีหลังดีกว่า


“ใครจะไปดีใจล่ะ ยังไงฉันก็ยังรักพี่วอนกีอยู่นะ”
“แล้วทำไมยังยิ้มสบายใจอยู่อย่างนี้ล่ะ 
เธออกหักจนเพี้ยนไปแล้วหรือไงดาจอง”


ซอนแจถามฉันแล้วตามด้วยโซจูอีก 1 อึก 
แต่ฉันก็ไม่ได้ตอบอะไรไป
อยากจะดูนักว่าเวลาอกหักอีตานี่จะเป็นยังไง


“จาจังมยอนที่สั่งได้แล้วจ้าพ่อหนุ่ม 
อ้าว ดาจอง ทำไมย้ายมานั่งโต๊ะนี้ล่ะ รู้จักกับพ่อหนุ่มคนนี้เหรอ”
คุณป้าเจ้าของร้านถามขึ้นด้วยความแปลกใจ
ที่เห็นฉันมานั่งอยู่โต๊ะเดียวกับอีตาขี้เมานี่
“อ๋อ ค่ะ เค้าเป็นเพื่อนของหนูน่ะค่ะ เลยมานั่งคุยด้วย”
“อย่างนี้นี่เอง งั้นรอเดี๋ยวนะดาจอง เดี๋ยวป้าเอาต็อกโบกีของเรามาให้”
“ขอบคุณค่ะคุณป้า”


“เธอสั่งต็อกโบกีกินเหรอยัยอ้วน”
“ห๊า!! นายเรียกใครว่ายัยอ้วน”
“ก็เธอนั่นแหละ ยัยอ้วนดาจอง ฮะฮ่าฮ่า”
เฮอะ!! ไอ้คนตรงหน้าฉันมันพูดจาน่าโมโหนัก 
ให้ตายสิ!! มีคนแบบนี้เป็นเพื่อน 
สักวันฉันคงได้ฆ่าเพื่อนคนนี้ตายคามือฉันแน่ๆ -*-


“แล้วนี่อะไรของนาย จาจังมยอนกับโซจู มันเข้ากันตรงไหน”
“มันเข้ากันจะตายไป อกหักก็กินเหล้าไง 
ส่วนจาจังมยอนเนี่ยมันสีดำ เห็นมั้ยล่ะ 
บะหมี่สีดำสำหรับคนอกหัก 
อารมณ์ฉันตอนนี้ มันจะมีอะไรน่ากินไปกว่าจาจังมยอนล่ะ”


ท่าทางซอนแจคงรักพี่นาบีมากจริงๆ 
เวลาตานี่ผิดหวังจากเธอถึงได้บ้าบอได้ขนาดนี้
“ต็อกโบกีที่สั่งได้แล้วจ้าดาจอง 
แล้วก็นี่ ป้าเอาแก้วมาให้อีกใบ เผื่อจะกินโซจูกับเพื่อน”
“ขอบคุณมากค่ะคุณป้า”


คุณป้ายกอาหารจานโปรดมาให้ฉันแล้ว 
ควันบางๆ ที่ลอยขึ้นมานั้น
บ่งบอกถึงความร้อนของอาหารที่จะช่วยให้อาหารจานนี้อร่อยมากยิ่งขึ้น 
น่ากินสุดๆ ไปเลย ต็อกโบกีของฉัน


“นี่ นายลองชิมต็อกโบกีนี่ดูสิซอนแจ
คุณป้าทำอร่อยมากเลยนะ นี่ล่ะเป็นเมนูเด็ดของร้านนี้เลย”
“พูออย่างนี้แสดงว่าเธอมาที่นี่บ่อยสินะ”
“ร้านประจำของฉันน่ะ แล้วนายล่ะซอนแจ มาที่นี่ได้ไง”
“ฉันก็มาของฉันเรื่อยเปื่อย 
เห็นของหน้าร้านน่ากินดีเลยเข้ามานั่ง เฮ้!! นี่เธออย่าเพิ่งกินสิ”
ซอนแจร้องห้ามฉันเสียงดังลั่น เป็นอะไรขึ้นมาอีกล่ะตาบ้านี่


“อะไรของนาย นายก็กินจาจังมยอนของนายไปสิ ฉันก็จะกินต็อกโบกีของฉัน”
“ไม่ได้ เธอต้องกินจาจังมยอนกับฉัน 
คนอกหักก็ต้องกินจาจังมยอนสิ 
มาเลยดาจอง กินชามเดียวกับฉันนี่แหละ”


“ไม่เอา ฉันไม่ชอบกินจาจังมยอน แล้วก็ ฉันมีเรื่องจะบอกนายด้วย”
“มีอะไรเหรอดาจอง”
ซอนแจถามฉันในขณะที่กำลังรินโซจูใส่แก้วให้กับฉัน
“ที่จริงแล้วพี่วอนกีกับพี่นาบีเค้าไม่ได้ไปอเมริกาหรอกนะ 
ทั้งสองคนนั้นตัดสินใจจะเรียนอยู่ที่นี่ต่อ นายเลิกเสียใจได้แล้วน่าซอนแจ”


“อยู่...อยู่ที่นี่ต่อ ไม่ได้ไปอเมริกาแล้วเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิ นายดันไม่ยอมอยู่ฟังก่อนนี่ 
รีบหนีมาแล้วเป็นไง มานั่งบ้าอยู่คนเดียวเนี่ย”
“ฮะฮ่าฮ่า วู้!!! สุดยอดไปเลย 
นาบีของฉันไม่หนีฉันไปแล้ว ป้าครับ ขอโซจูเพิ่มอีก 3 ขวดครับ”
พอรู้ความจริง
นายนี่ก็หัวเราะลั่นร้านแล้วตะโกนโหวกเหวกสั่งเหล้ามาเพิ่มอีก 
“ดีใจก็กินเหล้า เสียใจก็กินเหล้า 
นายนี่มันไม่ไหวจริงๆ พอได้แล้ว เดี๋ยวก็เมาหรอกซอนแจ”
“ฉันคอแข็งน่า ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก 
กินด้วยกันสิ เธอเลี้ยงจาจังมยอนฉัน แล้วเดี๋ยวฉันเลี้ยงโซจูเธอเอง เร็วเข้า”




ช่วงบ่ายไปจนถึงเย็นของวันนี้ของฉัน
หมดไปกับการนั่งคุยกับตาบ้าซอนแจที่ซัดโซจูเข้าไปไม่ยั้ง
แต่ก็ยังไม่เห็นเมา 
ส่วนฉันน่ะสิ โดนไปแค่ไม่กี่อึกก็ต้องจอดแล้ว 
เพราะฉันรู้ตัวเองว่าเป็นคนเมาง่ายจึงไม่กินโซจูเป็นเพื่อนนายนี่ต่อ 
แต่ถึงยังไงฉันก็ยังต้องช่วยซอนแจกินจาจังมยอนที่สั่งมามากมาย 
ให้ตายเหอะ อิ่มจะตายอยู่แล้ว 
อิ่มซะจนคิดว่าเย็นนี้ฉันคงไม่ต้องพึ่งข้าวเย็นฝีมือแม่แน่ๆ


ฉันแยกกับซอนแจที่ร้านนี้ถึงแม้ว่าซอนแจจะอาสาไปส่งฉันถึงบ้าน 
แต่ฉันยังไม่อยากเสี่ยงกับนายนี่ในเวลาแบบนี้หรอก 
เกิดเมาแล้วขับรถพาฉันไปแหกโค้งก็แย่สิ 
ยังไงฉันก็ยังกลับถึงบ้านในสภาพที่สมบูรณ์อยู่


วันนี้ฉันเข้านอนโดยไม่แตะข้าวเย็นที่แม่ทำ 
จนแม่สงสัยว่าฉันจะลดความอ้วน มันไม่ใช่หรอกนะคะแม่ 
หนูท้องจะแตกแล้วต่างหากล่ะคะ 
ป่านนี้ทั้งต็อกโบกีและจาจังมยอนที่ซัดเข้าไปเมื่อช่วงบ่ายนั้น
มันคงจะไปบานอยู่เต็มท้องของฉันแล้วมั้ง


เฮ้อ...ในที่สุดวันนี้ก็จบลงด้วยดี 
พรุ่งนี้แล้วสินะที่ฉันจะได้เจอกับพี่วอนกีเหมือนเดิม 
ฉันจะตั้งใจเอาหัวใจของพี่มาให้ได้เลย 
คอยดูนะคะ พี่วอนกี


โคมไฟในห้องนอนของฉันถูกดับลง 
ขอให้คืนนี้ฉันได้ฝันถึงพี่วอนกีด้วยเถอะ 


ตี๊ด ตี๊ด ตี๊ด ตี๊ด ~~~~~


เสียงที่บ่งบอกว่ามีข้อความเข้ามา
ทำให้ฉันต้องควานหาโทรศัพท์ไปทั่วในความมืด 
เจอแล้ว หล่นไปอยู่ข้างเตียงนี่เอง 


‘วันนี้ขอบคุณมากสำหรับจาจังมยอน 
ร้านนี้อร่อยจริงๆ ไว้วันหลังฉันจะพาเธอไปอีก 
อ่อ พรุ่งนี้เรามาเริ่มต้นแผนแรกกันเถอะดาจอง 
แล้วเจอกันหน้าตึกคณะนะ’


ข้อความจากซอนแจทำให้ฉันยิ้มออกมาได้ 
นายนี่เลิกอกหักแล้วกลับมาเจ้าเล่ห์เหมือนเดิมแล้วสินะ



วันนี้ในช่วงเช้าสมองของฉันแทบพัง 
แคลคูลัสกับเคมีทำเอาฉันเกือบตาย 
แต่ไอ้คนที่นั่งข้างฉันนี่สิ ไม่ได้สนใจเรียนเอาซะเลย 
แถมยังทำหน้าระรื่นได้ตลอดเวลา 
อยากจะรู้นักว่าแผนที่นายนี่ว่ามันคืออะไร


พอกินข้าวกลางวันเสร็จ 
ซอนแจก็รีบลากฉันตามเค้าไปทันที ในที่สุดก็หยุดวิ่ง 
บ้าเอ๊ย!! เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว 
จะรีบวิ่งไปไหนเนี่ย


“นี่...นาย!! จะรีบวิ่งไปทำไม เหนื่อยจะแย่แล้ว!!”
“เอาน่า อย่าบ่นเลย เรามาทันเวลาพอดี ได้เวลาเข้าชมรมแล้ว”
ซอนแจเดินนำฉันเข้าไปแล้วดึงให้ฉันตามเข้าไปด้วย


‘ชมรมศิลปะ’ 


ฉันเงยหน้าขึ้นมองป้ายที่ติดเอาไว้หน้าห้อง 
พาฉันมาที่นี่ทำไมกันนะ 
สงสัยไปก็เท่านั้น นายซอนแจเดินหายไปในห้องนี้แล้ว 
ฉันก็ต้องตามเข้าด้วยสิ


“วอนกี นาบี ฉันยังมาทันใช่มั้ย”
“อ้าว ซอนแจกับดาจองมาแล้วเหรอ 
ดีเลย ฉันกำลังรวบรวมรายชื่อสมาชิกชมรมอยู่เลย 
เดี๋ยวจะได้เริ่มประชุมกัน 
ที่นายโทรบอกฉันเมื่อคืนว่าจะมาเข้าชมรมด้วยน่ะ 
ฉันกันที่ไว้ให้นายกับดาจองแล้วนะ”


บทสนทนาของซอนแจกับพี่วอนกีทำให้ฉันพอจะเข้าใจอะไรได้แล้ว 
ที่แท้นายนี่ก็เจาะจงมาอยู่ที่ชมรมนี้เพราะสองคนนี้นี้นี่เอง 
พี่วอนกีกับพี่นาบี


“โอเค วอนกี เพิ่มชื่อฉันกับดาจองเข้าชมรมของนายด้วยแล้วกัน”
“ได้สิซอนแจ เดี๋ยวฉันให้พี่ปี 4 ที่เป็นประธานชมรมเพิ่มชื่อให้นะ 
หวัดดีดาจอง เจอกันอีกแล้วนะ ดีใจด้วยนะที่ได้มาอยู่ชมรมเดียวกัน”
พี่วอนกีพูดแบบนี้ โอย ฉันจะละลาย


“ดาจอง ยินดีต้อนรับเข้าชมรมจ้ะ ซอนแจก็ด้วยนะ
ฉันดีใจที่นายเลือกมาลงที่ชมรมนี้”
พี่สาวแสนสวยคนที่อยู่ตรงหน้าฉันยิ้มให้ฉันและซอนแจ 
รอยยิ้มนั้นทำเอาซอนแจอมยิ้มเลยทีเดียว
“ขอบคุณมากค่ะพี่วอนกี พี่นาบี ฉันก็ดีใจค่ะที่ได้มาอยู่ชมรมเดียวกับพี่ๆ”


“เอาล่ะ ในฐานะรองประธานชมรม 
วันนี้พี่ประธานชมรมติดธุระ ฉันขอทำหน้าที่แทนแล้วกัน 
เรามาเริ่มประชุมเรื่องรายละเอียดของชมรมศิลปะกันดีกว่า เริ่มจาก...”


พี่วอนกีเริ่มต้นพูดเรื่องของชมรมไปเรื่อยๆ 
ฉันก็จะตั้งใจฟังพี่เค้าพูด 
แต่นายคนที่อยู่ข้างๆ ฉันนี่สิ
สะกิดฉันอยู่นั่นแหละ 
อะไรของนายนะซอนแจ


“ว่าไง นายมีอะไร”
ฉันกระซิบถามซอนแจอย่างเบาที่สุด
เพื่อไม่ให้รบกวนคนที่เค้ากำลังประชุมกันอยู่
“นี่ ดาจอง ไม่ต้องจ้องไอ้วอนกีมันนักก็ได้ มองตาเยิ้มเชียวนะ ฮะฮ่าฮ่า”
“บ้า!! ไม่ต้องมายุ่งน่าซอนแจ เงียบๆ ไปเถอะนาย ฟังสิเค้าพูดอะไรกัน”
“นี่แค่เริ่มต้นนะ 
ฉันกับเธอน่ะต้องได้อะไรอีกเยอะกับการมาอยู่ที่ชมรมนี้ 
อย่าลืมเป้าหมายของเธอล่ะ หัวใจของวอนกี 
ส่วนหัวใจของนาบี ปล่อยเป็นหน้าที่ฉันเอง...”



TBC....

----------------------------------------------------------------